Bak 《臥龍》's profileBak 《臥龍》 [237]PhotosBlogLists Tools Help

Bak

Bak 《臥龍》 [237]

คำเตือน : สูบบุหรี่ ไม่ดีต่อสุขภาพ มาเล่นกีฬากันเถิด
January 30

เรียน [237]

หลังจากที่เว้นว่างไปนานและเริ่มรู้สึกว่าไอ้ความรู้ที่มีอยู่เริ่มไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตก็เลยไปสมัครเรียน เมื่อสองวันก่อนเขาก็แจ้งว่ารับเข้าเรียนแล้ว ต่อไปก็คงต้องงดไปเที่ยวอีก 2 ปีเต็มๆ ถึงตอนนั้นจะยังมีแรงแบกเป้ไหมเนี่ย เสียดายที่ช่วงปลายปีงานเข้าจนอดเที่ยวทิ้งท้ายเลย วันลายังเหลืออีกตั้งเยอะ
December 11

เที่ยวลาว [235]

เล็งว่าจะไปตั้งแต่กลางปี พอหน้าหนาวมาถึงก็พยายามเคลียร์งานหาเวลาไป เริ่มแรกกะไปช่วงวันหยุดรัฐธรรมนูญ ปรากฎทัวร์ล่มเลยได้ไปกับทัวร์ใหม่ (Go-Lao) ช่วงวันพ่อแทน
 
4-5 ธ.ค. 2552
งานเข้าอย่างหนักแต่เช้าจนวิ่งไปขึ้นรถแทบไม่ทัน นั่งรถช่องแข็งหลับๆตื่นๆข้ามคืนไปหนองคาย กินข้าวต้มมื้อเช้าเสร็จก็เปลี่ยนรถบัสข้ามด่านไปเวียงจันทน์ พอถึงตัวเมืองปุ้บก็เริ่มเที่ยวตั้งแต่พระธาตุหลวงสีเหลือง วัดพระแก้วที่เคยประดิษฐานพระแก้วมรกตบ้านเรา แวะกินเที่ยงแล้วก็ไปประตูชัยที่เขาว่าเลียนแบบจากฝรั่งเศส ต่อด้วยวัดศรีษะเกษ แล้วก็นั่งรถไปวังเวียงถนนช่วงนี้ลาดยางแต่ขรุขระนั่งเด้งและเสียวตลอดทางเพราะคนขับแซงเก่งเหลือเกิน กว่าจะถึงก็ค่ำแล้วกินข้าวเย็นและโรตีใส่อะไรก็ราคาเดียวแล้วก็นอน โรงแรมที่นี่แย่มาก ทั้งห้องมีไฟ 40 วัตต์อยู่ดวงนึง น้ำอุ่นก็แทบไม่มี มีไฟดับด้วยแต่เพราะอากาศเย็นเลยไม่เป็นไร
 
6 ธ.ค. 2552
กินข้าวเช้าที่โรงแรมอีกที่ ไปเที่ยวถ้ำจังซึ่งมีสะพานแขวนแต่ข้างบนไม่มีอะไรเลย แล้วนั่งรถขึ้นเขาฝ่าพันโค้งไปหลวงพระบาง ระหว่างทางแวะกินเที่ยงที่หมู่บ้านชาวเขาบนกิ่วกระจำ กว่าจะถึงก็ดึกอีกแล้ว กินข้าวเสร็จไปเดินถนนคนเดินซึ่งขายของราคาไม่ถูกเลย แวะกินไอติมเยอรมันรสตะไคร้แล้วก็กลับมาซื้อเบียร์ลาวมากินที่ห้อง
 
7 ธ.ค. 2552
ตื่นแต่เช้ามาตักบาตรข้าวเหนียวให้กองทัพพระแล้วก็ไปวัดเชียงทอง กินข้าวต้มแก้หนาวริมโขง หลังจากนั้นก็เดินผ่านตลาดเช้าไปวัดใหม่สุวรรณภูมาราม เดินต่อไปพระราชวังเก่าเจ้าศรีสว่างวงศ์ นมัสการพระบาง แล้วข้ามถนนปีนขึ้นพระธาตุพูสี แล้วจึงล่องเรือพร้อมกินเที่ยงไปยังถ้ำติ่งซึ่งไม่มีอะไรเลย ขึ้นเรือที่หมู่บ้านซ่างไห แล้วไปดูน้ำตกตาดกวงสีซึ่งน้ำสีฟ้าเขียวน่าเล่นมาก ตกเย็นมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ ชมนางรำพร้อมกินข้าว เดินออกจากร้านไปถนนคนเดินอีกรอบแล้วไปดิสโก้เมืองซวงซึ่งคนไปเพื่อเต้นบัดสลบ กว่าจะถึงห้องนอนก็ห้าทุ่ม
 
8-9 ธ.ค. 2552
ตื่นแต่ตีสามเพื่อนั่งรถกลับ กินเช้าที่กิ่วกระจำ เที่ยงที่วังเวียง เย็นที่หนองคาย ได้แวะช้อปที่ชายแดนแต่ไม่ได้ของ นั่งรถกลับถึงกรุงเทพฯตีสี่
 
ไปเที่ยวครั้งนี้นั่งรถเหนื่อยมาก แต่โรงแรมหลักซึ่งแอบไปดูห้องของคนอื่นมาก็มีสภาพที่ดีเลิศ อาหารการกินก็ดีกลับมาน้ำหนักขึ้นด้วย ไกด์ลาวก็บรรยายเปิดโลกความรู้มากมาย สรุปแล้วก็ถือว่าคุ้ม ที่แปลกคือทริปนี้หนาวสุดตอนอยู่บนรถไปหนองคาย

November 29

รอดพอดี [232]

นิ่งนอนใจเกินไปไม่ได้เช็ควันสมัครให้ดีเลยต้องสอบภาษาอังกฤษครั้งเดียวให้ผ่าน หลังจากที่เสียวว่าจะตกเพราะนั่งบื้อในห้องสอบ วันก่อนผลสอบออก รอดวุ้ยเรา ต่อไปก็ขอเที่ยวก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน อ้อ สัปดาห์ก่อนเจอเหตุการณ์ๆนึง ซึ่งทำให้ตระหนักว่าตำรวจไทยร้ายกว่าโจรจริงๆ
October 18

แว้บไปเที่ยวพนมเปญ [229]

ตอนแรกนึกว่าไม่ต้องไปแล้ว ปรากฎลูกค้าตามจิกไม่เลิกก็เลยต้องไป
 
28-29 ก.ย. 2552
ตื่นแต่เช้าตรู่ขึ้นเครื่องบางกอกแอร์เวย์ไปพนมเปญ ถึงที่นู่นเกือบๆ 9 โมง เสียค่าทำวีซ่าที่สนามบิน 25 USD แล้วคนมารับก็พาไปที่ทำงานกว่าจะกลับมาเช็คอินโรงแรม Phnom Penh Hotel ก็ดึกแล้ว นั่งทำงานนิดหน่อยก็สลบไป ตื่นมาตอนเช้ากินข้าวเสร็จก็ไปทำงานต่อ ก่อนกลับไปพักโรงแรมเขาก็พาไปเลี้ยงมื้อใหญ่ ได้กินอาหารแปลกๆเยอะแยะ อย่างหอยทากสดๆ ก็หนึบๆดีเหมือนกัน หลังจากนั้นก็พาไปไนท์คลับ คนที่นู่นไม่ค่อยกินเหล้า กินแต่เบียร์ และเบียร์เขาก็อ่อนเหลือเกิน ไนท์คลับเขาใหญ่มาก มีลานตรงกลางไว้ให้คนไปเต้น เพลงที่เปิดหรือเล่นก็เป็นเพลงเขมรทำนองไทยซะเยอะ มีการเล่นตลกเเละรำเกาหลีด้วย แปลกดีเหมือนกัน
 
30 ก.ย. 2552
วันนี้แหละได้ไปเที่ยวซะที เริ่มจากไปไหว้พระที่วัดพนม เสียค่าเข้าเฉพาะคนต่างชาติ 5 USD คนที่นู่นบอกว่าวัดนี้เป็นสิ่งปลูกสร้างแรกของพนมเปญ และยังใช้เป็นหลักในการวัดระยะทางจากพนมเปญไปยังเมืองอื่นๆอีกด้วย หลังจากนั้นก็ไปที่ Royal Palace เสียค่าเข้า 25,000 Riel พระราชวังนี้ยังใช้เป็นที่พำนักของกษัตริย์องค์ปัจจุบันของเขา แต่ที่เปิดให้เราเข้าไปชมได้ก็มี Throne Hall ลักษณะศิลปะของเขาก็จะคล้ายๆของเราแต่ขนาดของเขาจะเล็กกว่า การจัดสวนโดยรอบก็ถือว่าสวยงามดี ได้ยินว่าเมื่อวันที่ 28 ได้ใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วย เดินต่อมาอีกหน่อยก็จะเจอ Silver Pagoda ซึ่งเป็นเหมือนโบสถ์แต่พื้นปูด้วยแผ่นเงินแท้ล้วนๆ เดินดูได้ชั่วโมงนึงก็ออกมาช้อปปิ้งที่ตลาด ไม่ได้ของกลับมาเลยเพราะราคาค่อนข้างแพง แล้วก็นั่งเครื่องกลับมาไทย เสียค่าธรรมเนียมสนามบินอีกตั้ง 25 USD แน่ะ
 
บ้านเมืองเขากำลังพัฒนา เลยมีทั้งสิ่งเก่าๆและใหม่ๆอยู่ผสมกันแบบแปลกๆ รถเขาขับคนละด้านกับบ้านเรา ภาษีนำเข้ารถที่นู่นถูกมาก บนถนนเลยมีแต่ Lexus หรือไม่ก็ Camry แต่ค่ากินเขาไม่ถูกเลยนะ ในร้านอาหารรับแต่เงิน USD ได้ฟังมาว่าเกิดจากเมื่อสิบกว่าปีก่อน UN อัดเงินเข้ามาเยอะมากเพื่อจัดการเลือกตั้ง แต่เงิน Riel ก็ยังใช้อยู่ตามตลาดสด
 
วันพฤหัสที่ผ่านมานัดกินกับเพื่อนมัธยม แต่ละคนแยกกันไปทำงานหลากหลายมาก ได้คุยกับเพื่อนเก่าทำให้เกิดแรงบันดาลใจขึ้นหลายอย่างเหมือนกัน แต่รอบวันศุกร์เบี้ยวเพราะรุ่นน้องพูดไม่ค่อยดีเท่าไรเลยหมดอารมณ์ไป
 
ภาพถ่ายจากมือถือนะเลยไม่ค่อยสวย ทำไมอยู่ดีๆไฟล์ภาพในมือถือก็เสียไปกว่าครึ่งหว่า ที่แย่คือเสียแต่ภาพไปเที่ยว ภาพงานไม่ยักเสีย
September 09

วันนี้เลขสวย [229]

ช่วงนี้มีไรใหม่ๆอีกแล้ว มือถือ ทีวี และก็คอมพิวเตอร์ แต่ทำไมยังทำงานเดิมๆอยู่